รามิล รัตนะโชค
เมื่อ 25 ปีก่อน
เวลาใกล้รุ่งในคืนเดือนเพ็ญขึ้น 15 ค่ำเดือน 9 ซึ่งตรงกับวันเสาร์ที่ 27 สิงหาคม 2531
ณ โรงพยาบาลในตัวเมืองของจังหวัดหนึ่งทางภาคอิสานตอนล่าง
หลังสายฝนที่กระหน่ำลงมาอย่างมืดฟ้ามัวดินตั้งแต่กลางดึกได้สงบลง เสียงหรีดหริ่งกบเขียดและอึ่งอ่างดังเซ็งแซ่ขึ้นทันที ขณะจันทร์อร่ามค่อยปรากฏที่ริมขอบฟ้าหลังม่านเมฆที่คล้อยลงต่ำหากแต่ยังสาดแสงกระทบหยาดน้ำบนยอดไม้และใบหญ้าเกิดเป็นแสงระยิบในเงามืดท่ามกลางพุ่มไม้ดอกไม้ประดับในสวนหย่อมของโรงพยาบาล ในขณะหนึ่งหยาดน้ำจากปลายใบหมากในสวนหย่อมข้างสระบัวนั้นได้หยดกระทบกับผืนน้ำเบื้องล่างกลายเป็นริ้วคลื่นสะท้อนเงาจันทร์ พร้อมลมหนาวที่พัดดอกไม้หลากสีไหวเอนไปตามแรงลมทำให้บรรยากาศใกล้รุ่งเช่นนี้สดชื่นไม่น้อย คลับคล้ายว่าธรรมชาติกำลังร่วมยินดีกับหนึ่งชีวิตที่กำลังจะลืมตาดูโลกในไม่ช้านี้
บนเตียงคนไข้มีร่างบางของหญิงท้องแก่วัย 33 ปี บนใบหน้าที่ยังคงเค้าความสวยอยู่นั้น แสดงสีหน้าของความเจ็บปวดที่กำลังถาโถมเข้ามาไม่ขาดสายอย่างชัดเจนจนร่างนั้นทนแทบไม่ไหว จึงต้องแผดเสียงคร่ำครวญออกมาในที่สุด จนทำให้พสุธา สามีวัย 35 ปีที่ผล็อยหลับข้างเตียงสะดุ้งตื่นทันที
" พี่ดิน!!! ช่วยดาวด้วย ดาวไม่ไหวแล้วเจ็บเหลือเกิน โอ๊ย!! "
" ดาว! ...ดาวเจ็บท้องจะคลอดอีกแล้วใช่ไหม? ทำใจดี ๆ ไว้นะจ๊ะ ขอให้คราวนี้คลอดจริง ๆ สักทีเถิด พี่รอมาทั้งคืนแล้ว "
เขามองภรรยาด้วยแววตาตื่นเต้นและมีความหวังพลางกุมมือเธอปลอบใจ
" รอแป๊บหนึ่งนะจ๊ะ เดี๋ยวพี่จะไปตามพยาบาลมา ทนหน่อยนะจ๊ะดาว "
ดุจดาวพยักหน้าให้สามี ในขณะที่เขาเปิดประตูออกไป ทันใดนั้น!!!!
" ... " เอ!? ผีเสื้อมาจากไหนนะเวลาแบบนี้ไม่น่าจะมีนี่นา หรือเจ้าจะมาร่วมยินดีกับเรา
เธอรำพึงในใจ
แต่โดยไม่คาดคิดผีเสื้อลึกลับตัวนั้นได้มาเกาะที่ท้องของเธอและเกิดสิ่งที่ทำให้ดุจดาวประหลาดใจยิ่งกว่าเดิมเมื่อเสียงหนึ่งดังขึ้น
ยินดีด้วยนะจ๊ะคุณแม่คนใหม่
" ... " เอ๊ะ! เสียงใครมาจากไหน!? ฟุดฟิด... นี่มันกลิ่นดอกลีลาวดีนี่นา แถวนี้มีต้นลีลาวดีด้วยรึ? แล้วทำไมพอผีเสื้อตัวนี้มาเกาะท้องเราความเจ็บปวดเมื่อสักครู่ก็หายเป็นปลิดทิ้งเลย โอ!. มันน่าอัศจรรย์เสียจริง
ในจังหวะนั้นพสุธาพร้อมนางพยาบาลได้เข้ามาพอดี
" มาแล้ว ๆ จ้า ดาวยังเจ็บท้องอยู่ไหม "
" จ้าพี่ดิน ค่อยยังชั่วแล้วจ่ะ "
" ... " ดาวคงดีใจสินะที่จะคลอดแล้ว พี่เองก็ดีใจเหลือเกินดาวจ๋า พี่ตื่นเต้นจนไม่รู้จะพูดยังไงแล้ว จะได้เห็นหน้านางฟ้าน้อยของเราแล้ว
ดุจดาวยิ้มให้ความคิดของตนขณะเอามือลูบท้องพลางหันไปส่งยิ้มให้สามีที่ยืนยิ้มมองเธออยู่ก่อนแล้ว
พสุธากุมมือดุจดาวไว้ขณะนางพยาบาลกำลังตรวจดูช่องคลอดของเธอ
" ช่องคลอดเปิดเต็มที่แล้วค่ะคุณแม่ ดีใจด้วยนะค่ะ จะได้เห็นนางฟ้าตัวน้อยแล้วเดี๋ยวดิฉันจะพาไปห้องคลอดเลยนะคะ "
ท่ามกลางความยินดีนั้น ทุกคนรุดไปที่ห้องคลอดทันที ....
" เดี๋ยวหมอจะนับ 1 2 3 แล้วคุณแม่ค่อยเบ่งนะครับ "
" ค่ะ คุณหมอ.. อูย มันเริ่มเจ็บอีกแล้ว "
คุณหมอเอ่ยแกมสั่งกับดุจดาว เธอพยักหน้ารับรู้โดยมีพสุธาจับมือให้กำลังใจอยู่ข้างเตียงด้วยความตื่นเต้น
" 1 2 3 อ้าวเบ่งครับ....."
" ฮะ อืออออออ.....อ่ะ...อือ!!!.....โอ๊ย! "
ดุจดาวเกร็งตัวแน่นเบ่งทารกน้อยออกมาและเป็นเช่นนี้อีก 3-4 ครั้ง
" 1 2 3 เบ่งอีกครับ......"
" ฮึบ!!!!...อา อืออออออออ!!!!! "
คราวนี้ดุจดาวหอบหายใจแรงจนตัวโยน อาการเจ็บหน่วงที่ท้องน้อยนั้นเกินจะบรรยายได้สำหรับเธอ จึงเผลอบีบมือสามีจนเขาสะดุ้ง ขณะซับเหงื่อที่ผุดขึ้นบนหน้าให้ด้วยสีหน้าเป็นกังวล
"... " ดาวคงจะเจ็บมากใช่ไหมถึงบีบมือพี่แรงขนาดนี้ ถ้าพี่เจ็บแทนดาวได้พี่ก็ยอม คุณพระคุณเจ้าช่วยคุ้มครองดาวกับลูกผมด้วยนะครับ ขอให้การคลอดผ่านไปได้ด้วยดีด้วยเถิด
" ... " ลูกจ๋า รีบออกมาเถิดลูกตอนนี้ม๊าเจ็บเหลือเกิน
และดูเหมือนคำขอของทั้งสองจะได้ผล
" ดีมากคับคุณแม่ หัวเด็กออกมาแล้วคับ อีกทีนะคับ คราวนี้เบ่งให้เต็มที่นะคับ 1 2 3 เบ่งครับ! "
" โอ!.. จริงหรือค่ะ ฮึ่บ!!!!!... อืออออออออออออออ "
" อุแว้! ๆ ๆ ฮึก ๆ แอ ....อา เอิ้ก ๆ "
" ... " นั่นเสียงนางฟ้าร้องรึ เอ๊ะ! ทำไมเป็นเสียงหัวเราะแล้วล่ะ !?
ทารกแรกเกิดหัวเราะอย่างอารมณ์ดี
" หืม!? เอ่อ.. ขะ... คุณพยาบาลเวลาเท่าไร "
" ตี 5 ตรงเป๊ะค่ะ พี่หมอ "
" โอเค ทุกอย่างเรียบร้อยครับคุณแม่ยินดีด้วยนะครับ ทารกออกมาแล้วครบ 32 และร่างกายสมบูรณ์ดีครับ ผิวพรรณดีมากด้วยแทบจะไม่มีเมือกติดเลย ตั้งแต่ทำคลอดมาไม่เคยเห็นเด็กที่ผิวพรรณดีขนาดนี้มาก่อนเลยครับ พยาบาลขอกรรไกร "
" ค่ะ นี่คะ "
" ขอบคุณมากค่ะคุณหมอ "
ขณะนางพยาบาลกำลังทำความสะอาดให้ทารกน้อยอยู่นั้น
" พี่หมอค่ะ ดูนี่สิเด็กยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เลย... แล้วก็เอ่อ...เป็นเด็กผู้ชายด้วยค่ะ "
" อื้ม! ผมเห็นแล้ว ยังแปลกใจอยู่เลยว่าเป็นไปได้อย่างไร !? "
แม้ดุจดาวจะยังรู้สึกเหนื่อยอ่อน หากแต่พยายามชูคอดูลูกน้อยที่นางพยาบาลกำลังทำความสะอาดอยู่ด้วยหน้าเปื้อนยิ้ม พสุธาเองก็เช่นกัน และแล้วน้ำตาแห่งความยินดีพลันไหลจากดวงตาของทั้งคู่ขณะพลางกระชับกุมมือกันให้แน่นขึ้นเหมือนจะบอกว่าทุกอย่างได้ผ่านไปด้วยดีแล้ว โดยไม่ได้สังเกตเห็นสีหน้าผิดปกติของคุณหมอและนางพยาบาลเลย ถ้าทั้งสองรู้ว่าได้ลูกชายจะเป็นเช่นไรนะ
นางพยาบาลอุ้มทารกน้อยที่ทำความสะอาดดีแล้วขยับเข้ามาใกล้ พ่อแม่มือใหม่มองที่ร่างเล็กนั้นอย่างเอ็นดู
สำหรับพสุธาและดุจดาวแล้วการมีลูกเป็นความใฝ่ฝันของทั้งสองที่จะเติมเต็มคำว่าครอบครัวให้สมบูรณ์ถึงแม้จะผ่านความล้มเหลวมานับครั้งไม่ถ้วน แต่นั่น...หาได้ทำให้ความพยายามของทั้งคู่ลดน้อยลงไม่ จนในที่สุดความพยายามก็สัมฤทธิ์ผล
ดุจดาวยื่นมือรับทารกมากอดแนบอกพร้อมทั้งให้ดูดน้ำนมแรกทันที แล้วจุมพิตที่หน้าผากบางเพื่อสื่อถึงความรักที่เธอมีให้ทารกได้รับรู้ เพียงได้เห็นหน้าลูกน้อยความเจ็บปวดเมื่อสักครู่ก็พลันหายไปเสียสิ้น เธอเป็นสุขเหลือเกินกับความรู้สึกของการเป็นแม่และพสุธาเองก็คงเหมือนกัน
" ดูสิป๊า ยัยหนูน่าเกลียดน่าจังจริงเชียว แก้มนี่เปล่งแดงอย่างกับลูกตำลึงเลยหน้าเหมือนใครน่ะ!? ดู ๆ ดูดใหญ่เลย คงจะหิวมากละสิ หืม!? นางฟ้าของม๊า "
" จ๊วบ ๆ ๆ "
" จริงด้วยม๊า ยังไม่ทันไรก็ส่อแววกินจุแล้วนางฟ้าของป๊าเอ๋ย ห่ะ ๆ กินเยอะ ๆ นะลูกจะได้โตไว ๆโอ๋ ๆ รู้หรือ ..ว่าป๊านินทานะห๊ะ!? มองหน้าป๊ายิ้มใหญ่เชียว โอ๊ะ ! กำนิ้วป๊าแน่นเลย "
" คุณพ่อคุณแม่ค่ะ เอ่อ.....ดีใจด้วยนะค่ะ ได้...ลูกชายค่ะ "
นางพยาบาลพูดเสียงแทบจะหายเข้าไปในลำคอ
" อะ ...อะไรนะค่ะ? ลูกชายหรือ? "
" ค่ะคุณแม่ได้ลูกชายค่ะ "
พสุธาเลื่อนมือที่ลูบหัวลูกน้อยมาแตะบ่าภรรยาอย่างปลอบใจถึงแม้ตัวเขาเองนั้นแทบจะไม่เชื่อหูตัวเองเหมือนกันก็ตาม รวมทั้งคนอื่นในห้องต่างก็แปลกใจไม่น้อย ในเมื่อผลการตรวจครรภ์บอกชัดเจนว่าทารกในครรภ์เป็น เพศหญิง! แล้วนี่มันเกิดอะไรขึ้น? ความเงียบเข้ายึดพื้นที่ในห้องคลอดทันที
" ไม่ว่าลูกจะเป็นชายหรือหญิงม๊ากับป๊าก็รักและดีใจมากที่หนูมาเกิดกับครอบครัวของเรา ม๊ารักหนูนะจ๊ะลูกรักของม๊า "
ความผิดปกตินี้หากมองตามแนววิทยาศาสตร์มันอาจเกิดจากความผิดพลาดของเครื่องมือในสมัยนั้นแต่แท้จริงแล้วใครจะรู้ว่ามันเป็นชะตาชีวิตของทารกน้อยนี้ต่างหาก
หลังจากคลอดแล้วร่างกายของดุจดาวฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วผิดปกติ เธอได้ออกจากโรงพยาบาลในช่วงเย็นของวันนั้น ในขณะที่กำลังเดินไปขึ้นรถซึ่งสามีขับมาจอดรออยู่หน้าตึก คลับคล้ายคลับคลาว่าเธอเห็นเงาร่างผู้หญิงคนหนึ่งยืนมองอยู่ แต่พอหันไปดูกลับเจอแต่ความว่างเปล่า
" มีอะไรหรือจ๊ะดาว มองหาใครรึ? "
" อ๋อ. ปละ เปล่าจ่ะ ดาวคงตาฝาดไปเอง "
ทันทีที่รถออกตัวไปร่างนั้นจึงปรากฏอีกครั้งและมองตามจนลับตาไป ไม่มีใครเห็นเธอเลย แน่นอนไม่มีทางที่ใครจะสามารถเห็นเธอได้ ถ้าเธอไม่อยากให้เห็น
สองวันต่อมาเป็นเวลาสายแล้ว ณ วัดแห่งหนึ่ง
ห่างจากตัวเมืองราว 30 กิโลเมตรมาทางทิศตะวันออกเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านหนึ่งอันมีวัดซึ่งหลวงตาคำพำนักอยู่และทั้งสองให้ความเลื่อมใสท่านเป็นอันมาก วันนี้จึงมาหาเพื่อให้ตั้งชื่อให้ลูกสาวของตน ไม่สิลูกชายถึงจะถูก
ดุจดาวอุ้มลูกน้อยไว้แนบอกหลังจากพสุธาจอดรถนิ่งสนิทข้าง ๆ ศาลาการเปรียญที่ตั้งเด่นกลางลานกว้างบริเวณโดยรอบนั้นร่มครึ้ม อากาศเย็นสบาย พื้นสะอาดตา ด้วยได้รับการทำความสะอาดอยู่เนืองนิจ
หลังจากที่ได้กราบนมัสการหลวงตาคำและบอกความจำนงค์ของตนเรียบร้อยแล้ว หลวงตาคำจึงได้เอ่ยขึ้นซึ่งทำให้ทั้งสองถึงกับประหลาดใจ
" เจริญพรโยม ตามสบายนะ เป็นอย่างไรบ้างโยมดาวได้ลูกสมใจอยากเสียทีนะ อาตมายินดีด้วยนะ ...กว่าจะได้มาสักคนนี่ก็ลำบากโขอยู่ เฮ่อะ ๆ ๆ "
" เจ้าค่ะหลวงตา อิชั้นปลาบปลื้มจนไม่รู้จะพูดอย่างไรได้เจ้าค่ะ "
" อืม..ได้ลูกชายสินะ โยมดาว โยมดิน "
" เอ่อ...ขอรับ/ เจ้าค่ะ!? "
หลวงตาคำเป็นพระสงฆ์ที่เคร่งในการปฏิบัติ และท่านเป็นเจ้าอาวาสประจำวัดแห่งนี้ ท่าทางที่สง่าและน่าเกรงขาม ด้วยน้ำเสียงที่มีพลังน่าเลื่อมใส และการประพฤติตนอันดีงาม ด้วยเหตุนี้ชาวบ้านจึงให้ความเคารพและเลื่อมใสท่านเป็นอันมาก นอกจากนี้ท่านยังเลื่องลือในเรื่องของการมีฌานเสียด้วย..ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกนักที่ท่านจะรู้เรื่องนี้ก่อนที่ทั้งสองจะทันบอก
จากนั้นหลวงตาต้องการดูทารกให้ชัดพสุธาจึงรับจากภรรยาแล้วขยับไปหา
" ไหนขยับให้อาตมาดูใกล้ ๆ สิ ..."
" นี่ขอรับหลวงตา "
" เออนะ..เจ้าเด็กนี่มันโหงวเฮ้งดีเว้ย..หน้าตาน่ารักน่าชังแถมยิ้มเก่งอีกต่างหาก ใครเห็นเป็นต้องรักต้องหลงเจ้าหนูนี้แน่ เอ้อ!..ก่อนจะคลอดได้เกิดเรื่องประหลาดกับโยมดาวหรือเปล่า หรือตั้งแต่ตั้งครรภ์มีอะไรแปลก ๆ เกิดขึ้นบ้างไหม? "
ดุจดาวมองหน้าสามีแล้วจึงเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนคลอดให้หลวงตาฟังและพสุธาเองเพิ่งได้รู้ในคราวเดียวกันนี้ จากนั้นจึงพยายามไล่เรียงสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้นตั้งแต่ตั้งครรภ์
" อื่ม ...ตั้งแต่ตั้งครรภ์หรือเจ้าค่ะ อิชั้นไม่รู้เป็นเพราะเรื่องบังเอิญหรือเปล่านะเจ้าค่ะคือหลังจากที่รู้ ในวันนึงที่ไปหาหมอระหว่างทางอิชั้นทำกระเป๋าสตางค์ตก คิดว่าอย่างไรเสียคงไม่ได้คืนแน่ ๆ แต่จู่ ๆ ก็มีหมาตัวหนึ่งคาบมาวางไว้ที่เท้าของอิชั้น ตอนที่รอพี่ดินมารับ "
" คงเป็นวันที่พี่ติดธุระไปส่งดาวไม่ได้นั่นใช่ไหม? "
" จ่ะพี่ดิน แล้วก็มีตอนครรภ์ 3 เดือน อิชั้นเดินผ่านคนขายล็อตเตอร์รี่ลมพัดปลิวมาใบหนึ่งมาตกตรงหน้าอิชั้น เลยซื้อใบนั้นมาถูกรางวัลด้วยเจ้าคะ แล้วก็ถูกมาเรื่อย ๆ จากนั้นตอน 6 เดือนมีขโมยขึ้นบ้าน แต่แปลกที่ไม่เอาอะไรไปเลย "
" ใช่ขอรับหลวงตาแถมพวกมันยังไปมอบตัวกับตำรวจด้วย ตำรวจบอกว่าขโมย 3 คนเหมือนไปเจออะไรมาพูดจาวกไปวนมาทำท่าหวาดกลัวตลอดเวลาด้วยขอรับ "
" อย่างนั้นรึ!? แล้วมีอะไรอีกไหม ? "
" เท่าที่พอจะจำได้ก็มีเท่านี้และเจ้าค่ะ...อ้อ! มีอีกอย่างเจ้าค่ะในเช้าของวันที่คลอดเพื่อนบ้านบอกว่ามีผู้หญิงคนหนึ่ง ฝากของไว้ให้ เป็นรูปของชาย -หญิงคู่หนึ่ง ซึ่งอิชั้นกับสามีไม่รู้จักมาก่อนน่ะเจ้าค่ะ แต่ว่าหน้าตาของผู้หญิงในรูปเหมือนกับคนที่อิชั้นฝันเห็นก่อนที่จะรู้ตัวว่าตั้งครรภ์ไม่มีผิดเลยเจ้าค่ะ "
" โยมยังเก็บรูปนั้นไว้อยู่ใช่ไหม !? "
" เจ้าค่ะ "
" อื้ม! เป็นอย่างที่อาตมาคิดไว้ไม่มีผิด เจ้าหนูนี่มีบุญญาธิการมากนะ จะเป็นใหญ่เป็นโตในวันข้างหน้า แถมยังมีญาณวิเศษติดตัวมาด้วย แต่อาตมาบอกไม่ได้หรอกว่าตัวเขาจะรู้ตัวเองหรือไม่ ก็ต้องรอดูต่อไป และที่สำคัญมีดวงจิตดวงหนึ่งชะตาผูกกันกับเจ้าหนูนี่น่าจะเป็นผู้หญิงคนที่โยมดาวเห็นนั่นกระมัง แต่ไม่ต้องห่วงเขาไม่ได้มาร้ายเป็นเพียงจิตผูกพันเมื่อถึงเวลาเขาก็ไปเอง แต่ที่แปลกมากก็คือ อาตมายังไม่เข้าใจว่า เหตุใดดวงชะตาของลูกโยมถึงไปต้องกันกับบุตรของโยมในหมู่บ้าน นั่นก็มาให้อาตมาตั้งชื่อให้ลูกชายเหมือนกันเป็นลูกของลูกศิษย์วัดของอาตมาคนหนึ่งนี่และ "
" หรือเจ้าค่ะ!? "
ก่อนหลวงตาจะพูดต่อไป ลมพัดวูบเข้ามายังที่ที่หลวงตานั่งอยู่ ตำราเล่มหนาข้างตัวเปิดไปที่หน้าหนึ่ง หลวงตาเหลือบมองที่ตำรานั้นพลางหันไปทางทิศที่ลมพัดมาด้วยสีหน้าจริงจังและใช้ความคิด พลันปรากฏฝูงผีเสื้อบินวนไปมา พร้อมทั้งเงาร่างของหญิงคนเดียวกันที่โรงพยาบาล ปรากฏและหายไปในฉับพลัน หลวงตาเหมือนจะเข้าใจบางอย่าง ขณะพสุธาและดุจดาวมองหน้ากันด้วยความสงสัยเพราะทั้งสองไม่ได้เห็นในสิ่งที่หลวงตาคำเห็น หากแต่ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา หลวงตายิ้มที่มุมปากมองไปยังทารกที่พสุธาอุ้มอยู่
"เอาล่ะ!!! อาตมาได้ชื่อแล้ว ทารกผู้นี้จะนำความรักความสุขและโชคลาภมาสู่คนรอบตัวเขา แต่ช่างอาภัพนักเขาจะต้องพลัดพรากจากคนที่รัก โยมทั้งสองต้องระวังเรื่องอุบัติเหตุด้วยนะ เมื่อเจ้าหนูอายุครบ 18 ปีจะมีเคราะห์หนัก แต่อย่างไรเสียลูกโยมจะเติบโตเป็นคนดีแน่นอน เจ้าหนูคนนี้เลี้ยงง่าย ต่อไปนี้เจ้าชื่อ รามิล อันแปลว่า กามเทพ นะเจ้าหนูเอ๋ย!!!"
หลวงตากล่าวพลางเอามือลูบศีรษะทารกน้อยอย่างเอ็นดูขณะทารกนั้นยิ้มกว้าง ราวกับจะรับรู้ว่าชื่อนั้นเป็นของตนพลางยื่นมือเล็กไปสัมผัสริมฝีปากกร้านของหลวงตาท่านยิ้มอย่างพึงใจ ในขณะที่สองสามีภรรยาเริ่มเกิดความกังวลใจในคำที่เพิ่งได้ยินจากหลวงตาคำ
ทันใดนั้นเองฝนได้เทกระหน่ำลงมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย
...................................................................................................
ชีวานนท์ พุ่มมาลา
ย้อนไปเมื่อ 6 เดือนที่แล้ว
เป็นเวลากว่ายาม 3 แล้วในคืนเดือนเพ็ญของวันอังคารที่ 2 กุมภาพันธ์ 2531 ตรงกับขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ซึ่งเป็นวันวิสาขบูชาพอดี
ห่างจากวัดราวกิโลเศษเป็นหมู่บ้านขนาดประมาณ 500 หลังคาเรือน หนึ่งในนั้นเป็นบ้านปูนชั้นเดียวขนาดไม่เกิน 150 ตารางเมตร
ในห้องนอนขนาด 4 x 3 เมตร คู่หนุ่มสาวกำลังนอนอยู่บนที่นอนทำจากฟูกยัดนู่น 3 ตอนสองอันวางติดกันปูทับบนเสื่อกกอีกชั้นหนึ่งอยู่ในมุ้ง
ชีวินชายหนุ่มวัย 25 ปีผู้เป็นสามีกำลังหลับสบายหลังจากกรำงานหนักมาทั้งวันและด้วยอากาศเย็นของเหมันตฤดูเพียงได้ผ้านวมผืนหนาก็ทำให้หลับทันทีเมื่อหัวถึงหมอน และเรืองรองหญิงสาววัย 23 ปีเองก็คงจะเป็นเช่นนั้นหากไม่มีอาการเจ็บหน่วงที่ท้องน้อยรบกวนเธอ จนต้องขัดจังหวะการนอนของสามีหนุ่มหน้าคมข้างกาย
" คร่อกฟี้!! งั่ม ๆ ๆ เมียจ๋ารีบคลอดไว ๆ นะ พี่อยากเป็นพ่อคนเต็มแก่แล้ว
" เฮ้อ! จริง ๆ เลยเชียวพี่นี่ หลับยังจะละเมออีก โอะ โอ๊ย!อูย ทำไมมันเจ็บแบบนี้นะ พี่วิน ๆ น้องเจ็บท้องจังเลยพี่ ตื่นเถอะ น้องจะไม่ไหวแล้ว เร็ว ๆ ซี ! นอนขี้เซาจริงเว้ย ไอ้พี่วิน! นี่แน่ไม่ตื่นใช่ไหม!? "
" โอ๊ะ! ดึงหูพี่ทำไมเมียจ๋า "
" ก็น้องปลุกตั้งนานไม่ตื่นสักที คนเจ็บท้องจะตายอยู่แล้วเนี่ย! "
" หา!... เฮ้ย! น้ำคร่ำแตกแล้วด้วย อย่าเพิ่งคลอดตอนนี้นะ เดี๋ยวพี่ไปตามยายปริกก่อน "
" จ่ะ รีบ ๆ เถอะพี่วินน้องจะไม่ไหวแล้ว "
หลังจากนั้นที่บ้านของเรไรขณะชีวินเคาะประตูเรียกอยู่
" แม่ ๆ รีบตื่นเร็วเข้า! แม่ ... นี่ข้าเอง "
" ... "
" อะไรกันพ่อวิน เอะอะอะไร "
" เรืองมันจะคลอดแล้วแม่ "
" เอ้าเรอะ จ่ะ ๆ เดี๋ยวแม่จะไปอยู่เป็นเพื่อนแม่เรือง พ่อวินรีบไปบ้านยายปริกเถอะ "
" จ่ะแม่ "
ที่หน้าบ้านป้าบุญมี
" พี่บุญมี ๆ ลูกชั้นจะคลอดแล้วมาช่วยกันเร็ว! "
" หา! นังเรืองมันจะคลอดแล้วเรอะ เออ ๆ ข้าจะไปเดี๋ยวนี้และ "
หลังจากชีวินไปเรียกแม่ยายให้มาอยู่เป็นเพื่อนเมียตนแล้ว มันได้วิ่งหน้าตั้งไปยังบ้านยายปริกหมอตำแยมือฉมังของหมู่บ้านทันทีซึ่งอยู่ห่างจากบ้านมันใช้เวลาเดินเท้าราว 20 นาทีแต่ในสถานการณ์แบบนี้ไม่ถึง 10 นาทีมันก็มาถึง ด้วยสภาพทุลักทุเลเพราะความซุ่มซ่ามของมัน
" ยายปริก ๆ ฮึก ๆ ๆ โอยเหนื่อย ยาย ๆ เร็ว ๆ เข้าเมียข้าจะคลอดแล้ว "
"... "
" เอ้า ! ไอ้วิน นังเรืองมันจะคลอดแล้วเรอะ งั้นเอ็งไปก่อนข้าเลย ต้มน้ำรอข้าด้วยนะ เดี๋ยวข้าจะรีบตามไปขอหยิบของก่อน "
" จ๊ะ ๆ ยายรีบตามไปนะ "
" เออข้ารู้แล้วไม่ต้องย้ำ "
เมื่อยายปริกมาถึงก็พบกับเพื่อนบ้านที่มาคอยดูสถานการณ์ แกจึงรีบเข้าไปในบ้านซึ่งตอนนี้แม่ของเรืองรองได้เตรียมที่สำหรับคลอดเรียบร้อยแล้ว
" เร็วเข้าเถอะน้าปริก ลูกชั้นจะไม่ไหวแล้ว " เรไรเอ่ยขึ้น
" เออใช่ พี่ปริกนังเรืองมันเจ็บจนจะลมจับอยู่แล้ว " ป้าบุญมีสำทับ
" ทำไมเอ็งมาช้านักว่ะนังปริก " ยายเฟืองชักมีน้ำโห
" ข้ารู้ก็รีบมานี่และนังเฟือง อายุปูนนี้แล้วเอ็งจะให้ข้าเดินเหินเหมือนคนหนุ่มสาวได้ยังไงว่ะ คนอื่น ๆ ออกไปให้หมด อีเรไรเอ็งอยู่ช่วยข้า "
" จ่ะน้า "
" ไปอีมีไปรอข้างนอกกัน "
" จ่ะพี่เฟือง "
"... "
" ไหนข้าดูสิ เจ็บมากไหม!? นังเรือง "
" เจ็บจะขาดใจอยู่แล้วจ่ะยาย รีบๆ เถอะชั้นจะทนไม่ไหวแล้ว มันจุกแน่นไปหมด "
" ขอข้าดูครรภ์เอ็งก่อน... เอ! เหมือนลูกเอ็งจะยังไม่กลับหัววะ ทนเจ็บหน่อยนะนังเรือง "
" จ้ายาย โอะ โอ๊ย!! มันเจ็บขนาดนี้เลยหรือยาย โอ๊ย ! แม่จ๋า เรืองเจ็บ "
" ทนหน่อยนะเรือง "
" อีเรไรเอาผ้าอ้อมมาไว้ใกล้ ๆ ข้านี่ แล้วก็จับมือนังเรืองไว้ด้วย เอ็งอย่าเพิ่งเบ่งนะนังเรือง "
" จ่ะ ๆ ลูกชั้นจะเป็นไรไหมยาย "
" ข้าก็ไม่รู้แล้วแต่บุญของเอ็งกับเด็กแล้วว่ะ "
" ยังไงยายช่วยลูกชั้นด้วยนะ โอ๊ย!! ทำไมเจ็บอย่างนี้ แม่จ๋าชั้นเจ็บเหลือเกิน โอย... "
" ... " สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยคุ้มครองให้ลูกของเรืองปลอดภัยด้วยเถอะ
" แข็งใจไว้เรือง นี่และกว่าจะเป็นแม่คนได้มันไม่ง่ายหรอก อดทนไว้ ๆ ลูก แม่อยู่นี่แล้วนะ "
" จ่ะแม่ "
" คนข้างนอกนั่นเอาน้ำร้อนเข้ามาหน่อยสิ! "
" โอย! โอ๊ย ไม่ไหวแล้วแม่จ๋า ฮือ ๆ โอย "
ขณะที่ในบ้านกำลังวิกฤตข้างนอกนั้นทุกคนกำลังลุ้นจนตัวโก่งอยู่เหมือนกัน
" เดี๋ยวข้าเอาไปเอง "
" นี่! ไอ้วินเขาห้ามผู้ชายเข้าไปเอ็งนี่ไม่รู้เรื่องเลย "
" อ้าวหรือจ๊ะ ป้าบุญมี "
" เออสิ! เอามานี่เดี๋ยวข้าเอาไปเอง "
" จ่ะ ๆ เมียกับลูกข้าจะเป็นไรไหมป้า "
" ข้าก็บอกเอ็งไม่ได้หรอกไอ้วิน เดี๋ยวข้ามา "
ป้าบุญมีมาพร้อมกับน้ำร้อน
" เอาไปไว้ตรงนั้นอีมี แล้วไปบอกให้ใครก็ได้ไปก่อไฟเตรียมไว้ให้อีเรืองมันอยู่ไฟด้วย "
" จ๊ะ พี่ปริก "
" กลับหัวสิเว้ย ลูกเอ็งนี่มันหัวรั้นตั้งแต่อยู่ในท้องเลยเว้ย "
" โอ๊ย! ทรมานอะไรอย่างนี้ โอะ โอย ฮึบ ชั้นเบ่งได้หรือยังยาย จะไม่ไหวแล้ว "
" เดี๋ยว ๆ อย่าเพิ่งเบ่งนังเรืองเดี๋ยวลูกเอ็งจะเป็นอันตราย "
" ชั้นไม่ไหวแล้วยาย เจ็บจะตายอยู่แล้ว "
" ทนหน่อย ๆ อีกนิดเด็กจะกลับหัวแล้ว "
ป้าบุญมีไอ้ยินคำนั้นก่อนกลับออกมา
" ข้างในเกิดอะไรขึ้นป้า ทำไมเมียข้าร้องโหยหวนแบบนั้น "
" เฮ้อ! ไอ้วินดูท่าลูกเอ็งจะยังไม่กลับหัวว่ะ "
" แล้วมันจะยังไงหรือป้า "
" ก็อาจจะเป็นอันตรายทั้งแม่ทั้งลูกนะสิ ถามได้ "
" ห๊า !! อะไรนะป้า "
"..." เจ้าป่าเจ้าเขาเจ้าที่เจ้าทางที่อยู่แถวนี้ช่วยลูกกับเมียข้าด้วยเถอะ อย่าให้เกิดเรื่องไม่ดีกับครอบครัวข้าเลย สาธุ!
" ข้ารู้ว่าเอ็งกังวลใจ แต่ข้าเชื่อว่าพี่ปริกช่วยได้แน่ อีกอย่างเอ็งสองคนก็เป็นคนดีสวรรค์คงไม่ใจร้ายกับพวกเอ็งหรอก ทำใจสบาย ๆ นะ เอ้อ! ข้าเกือบลืมเอ็งเตรียมแคร่ไว้แล้วใช่ไหม พี่ปริกบอกให้ก่อไฟรอได้เลย "
" จ่ะป้ามี "
หลังจากนั้นชีวินได้ทำตามที่ป้าบุญมีบอกในใจมันนั้นเต็มไปด้วยความกังวลภาพที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาผุดขึ้นมาในหัว
ชีวินเป็นเด็กกำพร้าที่โตมาในวัด ไม่มีใครรู้ว่ามันเป็นลูกเต้าของใคร หลวงตาคำได้ชุบเลี้ยงมันตั้งแต่แรกเกิด จนกระทั่งเป็นหนุ่มและได้มาเจอกับนังเรืองรองจนแอบได้เสียกันเมื่อ 4 ปีก่อนถึงแม้แม่นังเรืองรองจะไม่ชอบมันในตอนแรก แต่ด้วยความขยันและความเป็นคนดีของมันจึงได้รับการยอมรับในที่สุดและทั้งคู่ได้ผ่านความยากลำบากมาด้วยกันไม่น้อย
ชีวินได้แต่ชะเง้ออยู่ที่ประตูหน้าบ้าน หลังจากทำตามที่ป้าบุญมีสั่งแล้ว ซึ่งภายในบ้านนั้นบรรยากาศไม่สู้ดีนัก
" ยังไม่กลับหัวอีกหรือจ๊ะน้า "
" ยังว่ะ หนูเอ๋ย อย่าทรมานแม่เอ็งนักเลย รีบกลับหัวแล้วออกมาดูโลกเถอะ "
ทันใดนั้นเอง !
" โอ้! เด็กกลับหัวแล้ว นังเรืองพอข้าบอกว่าเบ่ง เอ็งก็เบ่งเลยนะ อิเรไรเอาผ้าอ้อมมาไว้ใต้มือข้า เร็วเข้า "
" นี่จ่ะ ๆ "
" นังเรืองเบ่งเลย ! "
" อือออออ อ่า อือออออออออ โอย!! "
" ดี ๆ เด็กโผล่หัวออกมาแล้ว พอจะออกมันก็ออกมาง่าย ๆ ลูกเอ็งนี่ท่าทางจะเอาเรื่องนะ อีกทีนังเรือง "
ในขณะที่ข้างนอกนั้นชีวินลุ้นสุดชีวิต
" ลูกข้ากำลังจะคลอดแล้วใช่ไหมป้า โล่งอกไปที ขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ "
" เห็นไหมข้าบอกเอ็งแล้ว "
" จ่ะป้า ข้าตื่นเต้นจนไม่รู้จะเทียบกับอะไรแล้วป้า "
" ... " พี่เอาใจช่วยนะจ๊ะเมียจ๋าพี่อยากจะไปอยู่ข้าง ๆ น้องใจจะขาดแล้วขอให้ทุกอย่างเป็นไปด้วยดีเถอะ! สาธุ!
และแล้ว...
" อุแว้ ๆ ๆ "
" เอ็งได้ลูกชายนังเรือง หน้าตาน่ารักน่าชังเชียวตัวใหญ่ไม่ใช่เล่นนะไอ้หนูนี่ เฮ้อ!! เล่นเอาข้าเหงื่อตกเลย เอา! นังเรไรเอาหลานเอ็งไปล้างตัวซะ เร็ว ๆ เข้าอากาศมันหนาวเดี๋ยวมันเขียวไปกว่านี้ สีผิวพ่อมันไม่ผิดเพี้ยนเลยจริง ๆ "
" จ่ะ ๆ "
" ขอบคุณยายมากนะจ๊ะ "
ข้างนอกบ้านนั้น
" นั่นเสียงลูกข้า ได้ยินไหมป้า ข้าได้เป็นพ่อคนแล้วป้ามี ข้าดีใจที่สุดเลย ตอนนี้ข้าเข้าไปได้หรือยัง "
" เออ.. ข้ารู้แล้ว ข้าได้ยินเหมือนกัน หยุดเขย่ามือข้าแล้วก็กระโดดแบบนั้นสักที มันทำให้ข้าเวียนหัว ว้าย! ตาเถรตกกระโถน!! ไอ้วิน...โสร่งเอ็งหลุดแล้ว ไอ้นี่หนิ่ เฮ้อ! จะแกล้งคนแก่ให้หัวใจวายหรือไงนะ "
" ข้าขอโทษป้า ข้าไม่ได้ตั้งใจ งั้นข้าไปดูลูกข้าก่อนนะ "
" เออ ๆ ข้าไปด้วย "
" รอข้าด้วยไอ้วิน อิมี "
" อ้าวพี่เฟืองมาชั้นพยุงพี่เดินไปดีกว่า
ขณะที่เรืองรองกำลังให้นมลูกอยู่ ชีวินเข้าไปลูบหัวเมียอย่างรักใคร่มืออีกข้างแตะที่แก้มลูกน้อยอย่างเอ็นดู
" เราได้ลูกชายพี่ "
" อย่างนั้นรึ!? ไหนๆ ไอ้หนูพ่อดูสิใช่ลูกชายพ่อจริงหรือเปล่า.. โอ้! ไซส์นี้ทายาทของไอ้วินแน่นอน ฮ่า ๆๆ "
" พี่วินนี่ทะลึ่งจริงเล่นอะไรไม่รู้ แค่สีผิวนี่ก็รู้แล้วลูกใคร จริงไหมป้ามี "
" ใช่ ๆ เข้มเหมือนพ่อมันไม่มีผิด ไหนข้าอุ้มหน่อยสินังเรือง แหม้ ! หลานเอ็งมันจ้ำม่ำเสียจริงนังเรไร "
" นั่นนะสิพี่มี หน้าตานี่น่าหยิกจริงเชียว โอ๋ ๆ ๆ หลายชายยาย ดูทำหน้าเข้ามันน่าตีนัก น่าเสียดายนะที่พี่โชคบุญน้อยไม่ได้อยู่ดํหน้าหลาน แต่ตอนนี้คงดูอยู่ใช่ไหมพี่โชค โอะ! โอ๋ ๆ เบะปากแล้วสงสัยจะอยากให้พ่ออุ้ม พี่มีให้พ่อวินเขาอุ้มหน่อยสิ ดูท่าอยากอุ้มเต็มแก่แล้ว "
" เดี๋ยวข้าผูกแขนรับขวัญหลานก่อน ขวัญเอ๋ยขวัญมาไอ้หลานชายยาย ให้โตวันโตคืนเลี้ยงง่าย ๆ นะหลาน พวกเอ็งมัดข้อมือรับขวัญหลานกันรึยัง ดูสิหน้าตามันน่ารักน่าชังจริงเว้ย ตากลมบ็อกเชียว ตัวมันขนเยอะอย่างกับลิงแน่ะ เอ็งลูกลิงหรือลูกคนว่ะฮึ ไอ้หนู "
" แหม! ยายเฟืองจ๋า ก็ดูพ่อมันสิ ว่าคนหรือลิง "
" ข้าว่าลิงว่ะนังเรไร ขนดกทั้งพ่อทั้งลูก ฮา ๆ ๆ "
" แหม! ยายเฟือง ข้ามันพันธุ์ดีก็อย่างนี้และเชื้อพ่อมันแรง จริงไหมจ๊ะน้องจ๋า มาม่ะขอพี่ชื่นใจหน่อย "
" พี่วินอายคนอื่นบ้างสิเล่นอะไรไม่รู้ จริง ๆ เชียว "
" มา ๆ ผูกข้อมือรับขวัญหลานกันก่อนตอนนี้ไม่ใช่เวลามาจู๋จี๋กัน เอา!ไอ้วินอุ้มลูกเอ็งสิ อุ้มดี ๆ ละยิ่งซุ่มซ่ามอยู่เดี๋ยวพวกข้าจะผูกข้อมือให้เอ็งกับเมียด้วย "
" ข้ารู้แล้วน่าป้ามี มา ๆ ไอ้หนู เอ็งนี่เชื้อไม่ทิ้งแถวเลยเว้ย ได้เชื้อจากพ่อไปโขเลย ยิ่งไอ้ความหล่อนี่ได้ไปเต็ม ๆ "
" น้อย ๆ หน่อยพี่วิน ลูกเกิดยังไม่ทันถึงชั่วโมงเลยเด็กหน้าตาเปลี่ยนทุกวัน อาจจะสวยเหมือนแม่ก็ได้จริงไหมตาหนู มานี่ชั้นอุ้มเองไม่ค่อยไว้ใจพี่เดี๋ยวทำลูกน้องตก "
" เออ ! แต่ละคนนี่ไม่มีใครไว้ใจไอ้วินเลยเว้ย พูดอย่างกับไอ้หนูไม่ใช่ลูกพี่ "
" ฮ่ะๆ พ่อวินอย่าน้อยใจไปเลย ก็พ่อเป็นอย่างที่เขาว่าจริง ๆ นี่นา "
" เอ้า! แม่ก็พลอยเป็นไปกับเขาอีกคน เฮ้อ! ไม่มีใครเข้าข้างพ่อเลยไอ้หนู "
" ฮ่า ๆ ๆ ๆ " ทุกคนอดขำกับอาการของชีวินไม่ได้
" มา ๆ เอาแขนมาเดี๋ยวแม่ผูกให้ ขอให้มีแต่ความเจริญยิ่ง ๆ ขึ้นไปนะลูก ต่อไปนี้จะทำอะไรก็ต้องคิดถึงลูกของเราให้มากรู้ไหม "
" จ่ะแม่ " ทั้งเรืองรองและชีวินรับคำผู้เป็นมารดา
จากนั้นคนอื่น ๆ จึงทะยอยผูกแขนรับขวัญให้ทั้ง 3 คน
ถ้าพูดถึงความซุ่มซ่ามของชีวินไม่มีใครที่ไม่รู้เรื่องนี้จนเอามาล้อกันอยู่เนือง ๆ
เมื่อรับขวัญกันเสร็จแล้วยายปริกจึงเอ่ยขึ้น
" เออนี่พวกเอ็ง ข้าว่าเอานังเรืองมันไปที่แคร่ได้แล้วจะได้อยู่ไฟ ไอ้วินมาพยุงเมียเอ็งซิ "
" จ้ายาย "
" ส่งลูกมาเดี๋ยวแม่อุ้มเอง "
" จ้าแม่ "
" อยู่กับยายแปบนึงนะหลาน เดี๋ยวจะไปอยู่ไฟกันแล้วนะ หนาวไหม ฮึ ๆ ! "
" ฮึบ อึ๊บ ! "
" ค่อย ๆ เดินนะน้องไหวไหม หรือให้พี่อุ้ม "
" น้องเดินไหวน่า แค่เห็นหน้าลูกน้องก็มีแรงแล้วละ "
หลังจากนั้นที่แคร่อยู่ไฟในครัวหลังบ้าน
" ไอ้วินสุมไฟให้มันแรงกว่านี้หน่อยสิ เตรียมกาน้ำต้มน้ำไว้ให้เมียเอ็งดื่มด้วย เอ็งต้องหมั่นเติมฟืนรู้ไหม อย่าให้มันมอดอากาศปีนี้มันเย็นเมียเอ็งจะได้อุ่น ๆ ร่างกายจะได้ฟื้นตัวไว ๆ "
" จ้ายาย "
" เออดี ... นี่ก็ไม่มีอะไรแล้วข้าว่าข้ากลับก่อนดีกว่าฟ้าก็จะสางแล้ว จะได้เตรียมของไปทำบุญ วันนี้วันพระใหญ่ด้วย ลูกเอ็งเกิดวันดีนะนังเรืองไอ้วิน "
" จ้ายาย ขอบคุณยายอีกครั้งนะจ๊ะ "
" งั้นเดี๋ยวข้าไปส่งยายเอง "
" ไม่เป็นไรเอ็งอยู่กับเมียกับลูกนี่และเดี๋ยวก็เช้าแล้วอีกอย่างพระจันทร์สว่างโล่ขนาดนี้ข้ากลับเองได้ "
" จ่ะ ๆ ขอบคุณยายมากนะจ๊ะ ที่ช่วยลูกกับเมียข้า เดี๋ยวข้าเอาข้าวเปลือกกับสตางค์ไปให้ยายที่บ้านนะ "
" เออไม่เป็นไร เอ็งเอาไปสีให้ข้าเลยก็แล้วกันเสร็จแล้วค่อยเอาไปให้ข้า "
" อ๋อจ่ะ เอาแบบนั้นก็ได้ "
" งั้นข้ากลับก่อนล่ะ อีบุญมี อีเฟืองพวกเอ็งไม่กลับเรอะ ไป! จะได้เดินไปด้วยกัน "
" ไปสิข้าก็เดินไม่ค่อยสะดวกจะได้ให้นังมีมันพยุงด้วย ยายกลับล่ะนะหลานชาย อุเหม่! มันยิ้มด้วยเว้ยเหมือนจะฟังรู้เรื่องนะ "
" เอ้อ! งั้นชั้นก็กลับดีกว่า ข้าไปก่อนนะนังเรือง ไอ้วิน อีเรไร เออ..แล้วหลานนี่ตั้งชื่อไว้หรือยัง "
" หนูว่าจะไปหาหลวงตาคำให้ช่วยตั้งให้จ่ะ "
" เออดีแล้วล่ะ เอ็งพักฟื้นสักวันก่อนค่อยไปเดินเหินไปตอนนี้เกิดเป็นอะไรกลางทางจะแย่เอา ไป พี่ปริกกลับกันพวกเรา "
" ไป ๆ ข้ากลับแล้วทุกคน "
" จ้า เดินดี ๆ น้าปริก น้าเฟือง พี่มี งั้นแม่ไปเตรียมของไปทำบุญก่อนนะ "
" จ่ะแม่ "
ในบ้านหลังเล็กนี้เต็มไปด้วยความอบอุ่นไม่ใช่จากไฟที่สุมอยู่ใต้แคร่หากแต่มาจากหัวใจของคนเป็นพ่อและแม่ที่มีให้ลูกน้อยของตนนั้นต่างหาก
ลมหนาวพัดใบมะม่วงที่ยืนต้นอยู่หน้าบ้านสีกับสังกะสีบนหลังคาดังสวบสาบผสานกับเสียงต้นไผ่สีกันดังอ้ออี๋ออสลับกับเสียงหรีดหริ่งที่ทุ่งหลังบ้าน เสียงนั้นฟังเหมือนเพลงกล่อมเด็กกำลังขับกล่อมให้ทารกน้อยได้หลับไหลท่ามกลางแสงเดือนเพ็ญที่กำลังจะลาลับขอบฟ้า
หลังจากนั้นสองวัน สองผัวเมียพร้อมลูกน้อยได้ไปหาหลวงตาคำที่วัดเพื่อให้ท่านตั้งชื่อให้ หลวงตาตั้งชื่อให้ทารกน้อยว่า ชีวานนท์ อันมีความหมายว่า " ผู้มีชีวิตเป็นสุข "
สายลมยังพัดพาความเหน็บหนาวมาฉันใดชีวิตของทารกน้อย ชีวานนท์ ยังต้องดำเนินต่อไปฉันนั้น
ในปีเดียวกัน เด็กชายสองคนได้ถือกำเนิดขึ้นในคืนเดือนเพ็ญเหมือนกัน แม้พวกเขาจะเกิดต่างที่และต่างเวลากันหากแต่ชะตาชีวิตของทั้งสองกลับเกี่ยวพันกันด้วยเหตุผลบางอย่าง เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไปมีเพียงสวรรค์เท่านั้นที่รู้ ชีวานนท์และรามิลจะเดินทางมาพบกันเมื่อใดเบื้องบนได้กำหนดเส้นทางให้เขาทั้งสองแล้ว
.jpg)